23/10/2014, 06:52:33 AM




ผู้เขียน หัวข้อ: โตชิบาโยกชิ้นส่วนลงปราจีน เท2พันล้านบุก"แอร์พาณิชย์"-ข่าวปราจีนบุรี  (อ่าน 736 ครั้ง)

ออฟไลน์ PCP_News

  • Administrator
  • ผู้อาวุโส
  • *****
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 204 Experience : 67%

  • กระทู้: 62938
  • จิตพิสัย: 60
  • รวดเร็ว กระชับ ฉับไว
    • ดูรายละเอียด
    • PCP ปราจีนโพสต์ สังคมออนไลน์ของชาวปราจีนบุรี
แผนการลงทุน 2 โรงงานใหญ่-แห่งใหม่ "โตชิบา" เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มฐานผลิตกลุ่มชิ้นส่วน-เซมิคอนดักเตอร์ปักธงปราจีนบุรี พร้อมลงทุน 2,000 ล้านบาท ขยายโรงงานแอร์ตัวใหญ่บุกตลาดบีทูบีหนุน ยกระดับฐานผลิตแอร์ที่ใหญ่ที่สุดแซงหน้าโรงงานญี่ปุ่น ชี้ความคืบหน้าเขื่อนกั้นน้ำ มั่นใจเสร็จก่อนสิงหาคม


นายอะกิโอะ โอซากะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตชิบา แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การลงทุนเปิดเฟส 2 ส่วนต่อขยายโรงงานเครื่องปรับอากาศมูลค่า 2,000 ล้านบาทครั้งนี้ เนื่องจากมั่นใจในศักยภาพเมืองไทย ซึ่งเป็น 1 ในแผนการเติบโตของบริษัท รวมถึงเมืองไทยมีความเหมาะสมด้านการลงทุน ทั้งในแง่ฐานการผลิต การขนส่ง และกระจายสินค้าเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งได้เริ่มวางศิลาฤกษ์เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยจะสามารถเริ่มการผลิตได้ในช่วงกุมภาพันธ์ปีหน้า

ทั้งนี้ โรงงานแห่งใหม่จะเป็นการผลิตเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่รองรับกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ อาทิ ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้าที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขึ้นมาเสริมฐานการผลิตเดิมเครื่องปรับอากาศในบ้าน และคาดว่าอีก 3 ปี

นับจากการเริ่มดำเนินการผลิต จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เป็น 2 เท่า รองรับความต้องการลูกค้าตลาดในประเทศและตลาดส่งออก รวมถึงเป็นการยกระดับฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศโตชิบา-แคเรียร์ในเมืองไทยให้มีขนาดใหญ่ที่สุด แซงหน้าฐานผลิตญี่ปุ่น, จีน และอังกฤษ

นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าส่งออกให้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่มีความต้องการเครื่องปรับอากาศมากขึ้นเช่นเดียวกับตลาดอาเซียน อินเดีย และแอฟริกา โดยปัจจุบันสัดส่วนกว่า 95% ของฐานผลิตเมืองไทยยังคงมาจากตลาดส่งออกรวม 55 ประเทศในทั้ง 6 ทวีป

สอดคล้องกับรายงานข่าวจากบริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า บริษัทมีแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อสร้างโรงงานในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จากเดิมอยู่ที่นิคมบางกะดี โดยโรงงานแห่งนี้จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2555 และกำหนดแล้วเสร็จเดือนเมษายน-มิถุนายน 2556

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทโตชิบา และประธานกรรมการบริหารสวนอุตสาหกรรมบางกะดี กล่าวว่า การลงทุนต่อเนื่องของเครื่องปรับอากาศโตชิบา-แคเรียร์ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเติบเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในเมืองไทย ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจแนวทางป้องกัน ซึ่งการสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี มูลค่า 580 ล้านบาทนั้น มีความคืบหน้าแล้ว 35% มั่นใจว่าจะสามารถสร้างเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้

โดยรูปแบบของการก่อสร้างจะเป็นกำแพง 2 ชั้น มีความยาวล้อมรอบสวนอุตสาหกรรม 9.5 กิโลเมตร ซึ่งแนวกำแพงจะฝังลึกลงไปในดิน 1.10 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 5 เมตร และสามารถเสริมต่อแนวกำแพงสูงขึ้นได้อีก 1 เมตร ภายในแนวกำแพงยังมีเขื่อนดินที่ฉีดพลาสติกซีเมนต์เข้าไปป้องกันน้ำจากใต้ดินไม่ให้รั่วซึมเข้ามาได้ จึงเชื่อว่าจะสามารถป้องกันน้ำท่วมในระดับสูงมากได้ เพราะจากน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา จุที่ระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 4.3 เมตรเท่านั้น

สำหรับแนวการก่อสร้างนั้น กำหนดเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรก คือการก่อสร้างแนวกำแพงสูงจากระดับน้ำทะเล 5 เมตร คาดแล้วเสร็จสิ้นเดือน ส.ค.นี้ ตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนระยะที่ 2 เป็นการตกแต่งเพิ่มเติมอื่น ๆ คาดจะแล้วเสร็จเดือน ก.พ. 56 ส่วนค่าก่อสร้าง รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนแบบให้เปล่า 2 ใน 3 ส่วน ที่เหลืออีก 1 ส่วน ธนาคารออมสินจะปล่อยสินเชื่อ ดอกเบี้ย 0.01% เป็นเวลา 15 ปี ถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุน ก็คงจะสร้างไม่ได้ เพราะสวนอุตสาหกรรมไม่มีรายได้อื่น นอกจากการเก็บค่าน้ำค่าไฟจากลูกค้า

ขอบคุณประชาติธุรกิจ


แบ่งปันหัวข้อนี้

Facebook  Twitter  Digg  SlashDot  Delicious  Technorati  Google  Yahoo